ธรรมะในวันฝนตก

วันสองวันที่ผ่านมานี้ฝนตก “มาก” น่าดู ฝนตกทำให้อากาศเย็นก็พอที่จะทำให้ใจนั้น “เย็น” ขึ้นมาได้บ้าง เมื่อคืนฝนตก “ฉ่ำ” มาก มากจนอากาศ “หนาว”

เมื่อเช้าเดินออกไปปฏิบัติหน้าที่ของผู้ “ขอ” ผืนดินที่เปียกชุ่มนั้น “นุ่ม” เหลือเกิน

แต่ทว่าทางใดที่เป็นปูน เป็นหิน เป็นยาง ถึงฝนตกมากเท่าใดก็ไม่มีวันที่จะนุ่มลงไปได้ จิตใจของเราก็เป็นเช่นนั้น

 

ถ้าหากใจของเรามันหนาเพราะพอกพูนด้วยกิเลสและตัณหาไว้มาก

 

ฝนแห่งธรรมะจะหยาด รด หลั่ง ริน ลงมามากสักเพียงใดก็ไม่มีวันที่จะทำความชุ่มฉ่ำให้แก่ดวงจิตดวงนั้นได้

 

แตก ต่างกับคนที่กวาดจิต ล้างใจด้วยการให้ทาน รักษาศีล ปฏิบัติจิตเจริญภาวนา จิตของเขาจะไม่หนา สายฝนที่หยาดหล่นจากฟากฟ้าย่อมรดรินลงสู่ “ดวงใจ”

 

การทำทานเป็นการกวาด “ความโลภ” ออกจากดวงจิต

 

เมื่อความโลภน้อย ความทุกข์อันเกิดจากความกระวนกระวาย ขวนขวายเพื่อ “สะสม” ก็น้อยลงไปมาก

 

บุคคลใดมีความโลภน้อยย่อมยังความสงบให้แก่ชีวิตบุคคลผู้นั้นได้อีกมาก

 

คนที่วิ่งเร่า ๆ ด้วยความร้อนแห่งความโลภนั้น เขาจะไม่ได้สัมผัสชีวิตที่ “สงบ” เลย

 

ได้หนึ่งไม่พอเอาสอง สองไม่พอเอาสาม สี่ ห้า

 

มีรถคันหนึ่งแล้วไม่สวย “ไม่พอ” ขอสอง ขอสวย ขอหรู ของาม ขออวดความภูมิฐานแห่ง “ฐานะ”

 

ฐานะอันประเสริฐ คือ ฐานะที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์และพาบพบ “พระพุทธศาสนา”

 

ขอจงทำทานเพื่อกวาดล้างกิเลสออกจากจิต จากจิต

 

ขอจงให้ทานเพื่อการให้ปัน เพื่อสละของของตนเพื่อยังประโยชน์แก่ท่าน ปล่อยละวางความเร่าร้อนนั้นออกจากดวงใจ

 

การให้ทานไม่จำเพาะว่าจะต้องให้เงิน

อามิสทานหรือจะสูงค่าเท่า “ธรรมทาน”

โปรดจงใช้กาย วาจา และใจนี้ให้เป็น “ธรรมทาน” แก่ผู้อื่น

ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างด้วยการสรรค์สร้าง “คุณธรรม”

พูดจา กล่าวโวรหารโดยเจือจานด้วย “จริยธรรม”

ใจนี้เป็นเอก เป็นประธาน ขอให้ธรรมเป็นทานแก่ดวงใจ

คิดดี ทำดี พูดดี แก่ตนและบุคคลอื่น ธรรมนั้นย่อมชื่นมื่นแก่ตัวและหัวใจ

น้อมนำ “ธรรม” ขัดจิตไว้ จิตจักได้รับน้ำฟ้า คือ “น้ำธรรม…”

 

เขียนโดย ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ

สนใจรับข่าวสารจาก ธรรมไทย.เน็ต จากเรากรุณาใส่ Email ได้เลยนะครับ:

Delivered by FeedBurner

One Comment

  1. อนุโมทนาสาธุ

Leave a Reply