บทสวดโพชฌังคปริตร เพื่อจิตใจที่สงบและสุขภาพที่ดี

บทสวดโพชฌังคปริตรเพื่อจิตใจที่สงบและสุขภาพที่ดี

โพชฌังคปริตร ถือเป็นพุทธมนต์ที่ช่วยให้คนป่วยที่ได้สดับตรับฟังธรรมบทนี้แล้วสามารถหายจากโรคภัยไข้เจ็บได้

ที่เชื่ออย่างนี้เพราะมีเรื่องในพระไตรปิฎกเล่าว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปเยี่ยมพระมหากัสสปะที่อาพาธ

พระองค์ทรงแสดงสัมโพชฌงค์แก่พระมหากัสสปะ พบว่าพระมหากัสสปะสามารถหายจากโรคได้

อีกครั้งหนึ่งพระองค์ได้ทรงแสดงธรรมบทนี้แก่พระโมคคัลลานะซึ่งอาพาธ หลังจากนั้น พบว่า พระโมคคัลลานะก็หายจากอาพาธได้

ในที่สุด เมื่อพระพุทธองค์เองทรงอาพาธ จึงตรัสให้พระจุนทะเถระแสดงโพชฌงค์ถวาย ซึ่งพบว่าพระพุทธเจ้าก็หายประชวร

พุทธศาสนิกชนจึงพากันเชื่อว่า โพชฌงค์นั้น สวดแล้วช่วยให้หายโรคได้ ซึ่งในพระไตรปิฎกกล่าวว่า ธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เป็นธรรมเกี่ยวกับ

ปัญญา เป็นธรรมชั้นสูง ซึ่งเป็นความจริงในเรื่องการทำใจให้สว่าง สะอาดผ่องใส ซึ่งสามารถช่วยรักษาใจ เพราะจิตใจมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับ

ร่างกาย เนื่องจากกายกับใจเป็นสิ่งที่อาศัยกันและกัน จึงทำให้หายจากโรคได้

โพชฌังคปริตร สวดดังนี้


โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา

( โพชฌงค์ 7 ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์ )

วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร

( วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ )

สะมาธุเปกขะโพชฌังคา

( สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ )

สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา

( 7ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว )

ภาวิตา พะหุลีกะตา

( อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว )

สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา

( ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน )

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

( ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ )

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

( ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ )

เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา

( ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก )

โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ

( จึงทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง )

เต จะ ตัง อะภินันทิตวา

( ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม )

โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ

( โรคก็หายได้ในบัดดล )

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

( ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ )

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

( ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ )

เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต

( ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก )

จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง

( รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ )

สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส

( ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน )

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

( ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ )

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

( ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ )

ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง

( ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง 3 องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก )

มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง

( ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา )

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

( ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ )

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

( ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ เทอญ. )

สนใจรับข่าวสารจาก ธรรมไทย.เน็ต จากเรากรุณาใส่ Email ได้เลยนะครับ:

Delivered by FeedBurner

Leave a Reply