สุขเกิดได้ด้วยความพอเพียง

ในยามที่สังคมโลกมีแต่ความวุ่นวาย แก่งแย่งชิงดี อิจฉาริษยา แต่เมื่อถึงจุดอิ่มตัวสิ่งที่เป็นยอดปรารถนาของทุกผู้ทุกคน คือ ความ สงบ และ ความสุข การที่คนเราจะเข้าถึงความสงบ สุข ได้นั้น แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน กล่าวว่า การที่เรามีชีวิตอาจจะ เกิดคำถามว่า ชีวิตจะต้องดำเนินไปอย่างไรจึงจะได้พบกับสิ่งที่ปรารถนา ดังนั้น เราจึงต้อง หันมาดูก่อนว่า ชีวิตคืออะไร ชีวิตประกอบ ด้วยอะไร ซึ่งชีวิตก็คือธรรมชาติที่เราได้มาเพียงชั่วครู่ ถ้าเราไม่ตู่ไว้ว่ามันเป็นของเรา หรือระลึกเสมอว่าเรามาแบบผู้อาศัย เมื่อถึงเวลาไปเราก็จะไปแบบถ่อมตัว แต่ถ้าเมื่อใดคิดว่าชีวิตเป็นของคุณ คุณก็จะคิดว่าต้องได้อะไรมาเพื่อคุณ นั่นหมายความว่าคุณจะคิดว่าเกิดมาเพื่อที่จะครอบครองอะไรสักอย่างที่คิดว่าคุณทำได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นคุณก็จะตะเกียกตะกายไขว่คว้าจนในที่สุดมันไม่ใช่แค่ชีวิตเป็นของคุณ คุณจะคิดว่าโลกที่คุณต้องไขว่คว้าเป็นของคุณด้วย คุณก็จะอหังการ มากที่จะมาอย่างละโมบ แล้วไปอย่างติดหนี้ แต่หากคุณคิดได้ว่าคุณเป็นผู้อาศัย คุณมาแล้วไป คุณก็จะใช้โลกนี้อย่างงดงาม ไป อย่างไม่ติดหนี้ คุณก็จะมีความสุข

 

ทุกคนถ้าเข้าใจว่า ชีวิตคือธรรมชาติ แล้วจะรู้ว่าความสุขคืออะไร แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าชีวิตคืออะไร ก็ไม่มีวันรู้หรอกว่าความสุขคืออะไร อย่างไรก็ตามเมื่อเรารู้แล้วว่าธรรมชาติคืออะไรแล้ว เราจะต้องรู้ให้ลึกด้วยว่าชีวิตประกอบด้วยอะไร ซึ่งก็คือประกอบไปด้วยกายกับใจ และ เราจะต้องรู้ด้วยว่าจะดูแลทั้งกายและใจอย่าง ไรให้มีความสุข ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไรแต่ ใจคุณจะต้องเป็นอิสระ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่เราต้องเรียนรู้การบริหารกายและใจที่จะทำให้กายเบา ใจเบา เพื่อจะได้อยู่กับโลกอย่างสงบเย็น เป็นสุข แล้วฝึกฝนให้เกิดเป็นวิถีชีวิตเพื่อให้เกิดเป็นความสุขที่ยั่งยืน เป็นความสุขที่มาจากลมหายใจเข้าที่สงบเย็น และ ลมหายใจออกที่ปฏิเสธการเป็นประโยชน์ไม่ได้ ความสุขที่เราได้รับใช้สรรพสัตว์และมวลมนุษยชาติทั้งหลาย

แม่ชีศันสนีย์ บอกว่า พระบาทสม เด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นบุคคลที่เราต้องเดินตาม …รอยพระยุคลบาท เพราะพระองค์ท่านคือผู้นำทางจิตวิญญาณอย่าง แท้จริง ไม่ว่าพระองค์จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน พระองค์ก็อยู่อย่างพอเพียง อยู่อย่างสงบ เย็นและเป็นประโยชน์ ไม่ว่าใครจะสรรเสริญหรือนินทา พระองค์ก็ยังสงบเป็นและเป็นประโยชน์ ไม่ว่าใครจะชอบหรือชังพระองค์ก็ยังสงบเย็นและเป็นประโยชน์ และไม่ว่าใครจะจงรักภักดีหรือไม่พระองค์ก็ยังสงบเย็นและเป็นประโยชน์

“จะเห็นว่าความพอเพียงของพระองค์อยู่ที่ความสงบเย็นและเป็นประโยชน์ ทฤษฎีพอเพียงของพระองค์ท่านก็เหมือนกันเราทุกคนยังต้องทำงานไม่ใช่แค่มีกินมีใช้ ความพอเพียงไม่ใช่แค่นั้น แต่ต้องแบ่งปันทันทีที่คุณกินเป็น อยู่เป็น รู้จักประมาณในการบริโภค รู้จักการใช้ชีวิตที่ต้องขยันในเหตุ ไม่ใช่ทำแค่พอกินพอใช้ แต่ต้องลงทุนอย่างเต็มที่ เมื่อได้รับผลก็ต้องแบ่งปัน ไม่ใช่เมื่อพูดถึงความพอเพียงแล้วก็ไม่ทำอะไรเพราะว่าพอแล้ว”

พระองค์ท่านเป็นเหมือนกัลยาณมิตร เป็นรุ่งอรุณที่เคลื่อนมาในทุก ๆ เช้า พระองค์ ท่านเป็นยิ่งกว่าครู เพราะฉะนั้นอย่าแค่มองดูพระองค์ท่านว่าพระองค์ท่านทำอะไร แต่ต้องมองว่าสิ่งที่พระองค์ท่านประพฤติปฏิบัติแล้วลงมือทำ โดยต้องทำให้มากกว่าที่พระองค์ท่านทำเพราะคนไทยมีเกือบ 70 ล้านคนแล้ว ถ้าทุกคนร่วมมือกันทำจะสามารถพลิกแผ่นดินได้ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมถ้าทุกคนช่วยกันทำเชื่อว่าจะสามารถพลิกสถานการณ์บ้านเมืองได้ และเกิดเป็นมิติใหม่ที่ไม่ซ้ำรอยเดิม ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ขาดความสามัคคี ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างมี ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างเป็น โดยทั้งหมดนี้ต้องเริ่มต้นโดยปัจเจกคือการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราก่อน

อยากให้คนไทยลองพิจารณาว่า ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มีอะไรที่ไม่เป็นสุข ก็ปรับเปลี่ยนแก้ไข อะไรที่ไม่มีก็ทำให้มี อะไรที่ไม่ดีก็ทำให้ดี อะไรที่ไม่ได้ก็ทำให้ได้ เมื่ออยู่กับสิ่งที่พึ่งตัวเองได้ แล้วจะรู้ว่าไม่มีอะไรสู้แผ่นดินไทยได้

อยากให้คนไทย เอาน้อย ให้เยอะ แล้วจะสุขมาก ซึ่งจะทำให้สังคมมีพลัง พลังของการทำสิ่งดีงาม ใครทำมากคนนั้นได้มาก ไม่ใช่คนเอาได้มากคนนั้นรวย เศรษฐีที่ร่ำรวยเฉพาะตัวเองไม่ใช่เศรษฐีในอุดมคติของโลก เพราะเศรษฐีในอุดมคติของโลกคือต้องให้ให้มาก กินอยู่แต่พอประมาณที่เหลือแบ่งปันต่อเพื่อนมนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือแบบอย่าง พระองค์ท่านเป็นเศรษฐีตัวจริง เพราะพระองค์ท่านให้มากกว่าที่จะเก็บไว้เพื่อพระองค์เอง ทุก ครั้งที่เราได้เห็นพระจริยวัตรของพระองค์ท่านเราจึงมีความสุขอย่างยากที่จะบรรยาย” แม่ชีศันสนีย์กล่าวทิ้งท้าย.

สนใจรับข่าวสารจาก ธรรมไทย.เน็ต จากเรากรุณาใส่ Email ได้เลยนะครับ:

Delivered by FeedBurner

Leave a Reply