Archive for November 2011

7 มหัศจรรย์แห่งชีวิต และ 7 หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี

ท่าน ว.วชิรเมธี พระนักเทศน์ชื่อดัง ได้ให้ข้อคิดในหลักธรรมแห่งการดำเนินชีวิต ในหนังสือชุด “มหัศจรรย์แห่งชีวิต” ประกอบด้วย ซีดี และหนังสือรวบรวมแนวคิด ซึ่งผู้ฟังและผู้อ่านสามารถนำข้อคิดที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อบรรเทาความทุกข์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ ในสถานการณ์ปัจจุบัน กับภาวะเครียดที่รุมเร้าคนไทย ทั้งวิกฤตการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจ   สำหรับ 7 หลักคิดในเชิงบวก ที่สามารถหยิบมาเป็นยาชูกำลังใจในยามท้อแท้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยใน 7 หลักคิด มีข้อคิดดีๆ อีก 7 ข้อ เป็นพลังมหัศจรรย์ของ 7×7 ได้แก่ 1. ความคิดดีๆ เป็นที่มาแห่งความสุข แน่นอนว่าเมื่อเรามีความคิดดีๆ โลกก็จะดีตามอย่างที่เราคิด ดังที่ท่านว่าไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า “โลกเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าเราใส่แว่นตาสีอะไรมองโลก หากมองโลกในแง่ดี ชีวิตมีแต่สิ่งรื่นรมย์ หากมองโลกในแง่ร้าย ชีวิตมีแต่ความวุ่นวายและทุกข์ระทม” 2. ปัญญาดีย่อมมีความสุข คนมีปัญญาย่อมใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาเพื่อให้พ้นทุกข์ ดังนั้น สำหรับคนมีปัญญา วิกฤตอยู่ไหน ปัญญาอยู่นั่น ส่วนคนด้อยปัญญา โอกาสอยู่ไหน วิกฤตอยู่นั่น จงเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา เปลี่ยนอุปสรรคเป็นอุปกรณ์ […]

บทสวดทำวัตรเช้า

บทสวดทำวัตรเช้า บทสวดทำวัตรเช้าสำหรับชาวพุทธทุกคนสวดเพื่อเป็นศิริมงคลให้กับชีวิตสวดดังนี้ หมายเหตุ คำบาลีในวงเล็บใช้สำหรับผู้สวดภาวนาที่เป็นสตรี เริ่มด้วยการบูชาพระรัตนตรัยว่า โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ (แต่ถ้าแบบธรรมยุตพระเถระจะเริ่มจากที่นี่) อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ) […]

คิดบวกสู้ภัยน้ำท่วม

น.พ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นนั้น เป็นบ่อเกิดของความเครียด ทำให้มีอาการวิตกกังวล และป่วยเป็นโรคซึมเศร้าตามมาได้ โดยแต่ละคนมีความสามารถในการรับมือกับความเครียดได้ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นกับต้นทุนพื้นฐานด้านจิตใจของแต่ละคนว่าแข็งแรงแค่ไหน ถ้ามีพื้นฐานดี จิตใจแข็งแรง ก็สามารถจะรับมือกับความเครียดได้มากกว่าคนที่จิตใจไม่แข็งแรง ความเครียดสามารถแสดงอาการออกมาได้หลายรูปแบบ เบื้องต้นมักแสดงออกมาในรูปแบบของความไม่สบายทางกาย เช่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หายใจไม่อิ่ม ใจสั่น หายใจไม่ออก ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ท้องเดิน บางรายถ้าอาการรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เกิดอาการกลัว วิตกกังวลอย่างรุนแรง มีอาการตื่นตระหนก หรือที่เราเรียกว่าอาการแพนิก คือตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ มีอาการหายใจเร็วกว่าปกติ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว เกร็งตามมือและเท้า กลัวว่าตัวเองกำลังจะตาย “แรงปะทะจากเหตุการณ์อันเดียวกันบางคนล้ม บางคนไม่ล้ม คนที่เคยยืนอยู่ได้ แต่ถ้าวิกฤติเกิดอยู่ยาวนานเกินไปก็อาจจะเกิดหมดกำลังใจ ท้อใจลงไปได้ คนที่ยังไม่ล้มก็ต้องช่วยเหลือคนที่ล้ม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านหรือชุมชน หากบ้านใครยกพื้นสูง ไม่โดนน้ำท่วมก็อาจจะเอื้อเฟื้อให้เพื่อนบ้านที่เดือดร้อนที่มีบ้านชั้นเดียวมาอาศัยหรือนอนก่อน หรือไม่ก็เอื้อเฟื้อเรื่องความสะดวกสบายของการใช้ห้องน้ำ ห้องครัว มีอะไรก็แบ่งปันกันไป หรือถ้าไม่มีสิ่งของจะให้ก็ให้เวลารับฟังปัญหา ความรู้สึก ความคับข้องใจและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน เราทุกคนอยู่ในเรือลำเดียวกัน เป็นผู้ร่วมชะตากรรม จำเป็นต้องช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่กัน” สำหรับการตั้งสติเพื่อรับมือกับวิกฤติหรือปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องยาก […]

บทกรวดน้ำ อิมินา

บทกรวดน้ำ อิมินา (นำ)  หันทะ มะยัง อุททิสะนาธิฏฐานะ คาถาโย ภะณามะ เส ฯ (รับ)  อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุปัชฌายา คุณุตตะรา  อาจริยูปะการา จะ มาตา ปิตา จะ ญาตะกา (ปิยา มะมัง)  สุริโย จันทิมา ราชา คุณะวันตา นะราปิ จะ  พรัหมะมารา จะ อินทา จะ โลกะปาลา จะ เทวะตา  ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ  สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม  สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ ขิปปัง […]

อยู่อย่างพอเพียง

ปัจจุบันนี้ คำว่า “พอเพียง” เป็นคำที่คุ้นหูมาก พูดกันบ่อยๆ แต่จะเข้าใจกันมากน้อยแค่ ไหนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง บางคนคิดว่า พอเพียง คือ ต้องมีน้อยๆ มีมากไม่ได้ อยู่สบายๆ ไม่ได้ ต้องลำบากขัดสน ถึงจะเรียกว่า “พอเพียง” หรือถ้ามีมาก ก็ต้องมาแจกจ่ายให้คน ไม่มี หรือคนไม่มีก็ต้องคอยรับจากผู้ที่มีมากกว่า ที่จริงนั้นไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย “พอเพียง” ก็คือสันโดษ พอเพียงตามมีตามได้ พอเพียงตามกำลัง พอเพียงตามสมควร แก่กรรมที่ทำไว้แล้ว เพราะว่าชีวิตใครจะเป็นอย่างไร ก็เพราะกรรมที่ทำให้เกิดมาเป็นคน นี้ และได้รับผลของกรรมตามที่ทำไว้เอง บางคนก็ร่ำรวยมหาศาล ก็อยู่อย่างพอเพียงได้ คือ พอใจและเป็นสุขตามที่มี ไม่ต้องการให้ยิ่งไปกว่าที่มี บางคนที่ลำบากยากจน ก็พอ ใจและเป็นสุขตามสภาพของตน ทำงานหาเลี้ยงชีพเต็มกำลังความสามารถที่มีอยู่ ก็เป็น สุขได้ แต่ที่จะมีความสุขในทุกสถานการณ์ได้นั้น ก็ต้องเป็นผู้มีปัญญา เข้าใจสภาพธรรมตาม ความเป็นจริงว่า ทุกอย่างเป็นธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยที่ได้กระทำไว้แล้ว ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน ก็ล้วนแต่เป็นธรรม ที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตนและการที่จะเป็นผู้ปัญญานั้น ก็ไม่ใช่อยู่เฉยๆ ก็จะมีปัญญา ต้องศึกษาพระธรรมคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้โดยละเอียดจนเกิดความเข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏตามความเป็นจริง ซึ่งปัญญานี้มีค่าที่ประมาณไม่ได้ เพราะไม่ได้เกิดขึ้นได้โดยง่ายเลย จะไปหาซื้อด้วยทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลอย่างใด ก็ไม่ได้ เพราะต้องสะสมเองด้วยศรัทธา วิริยะ ขันติ และเคยสะสมบุญไว้ในปางก่อนด้วย